มะเร็งปากมดลูก ตรวจเช็คก่อน ป้องกันได้

มะเร็งที่พบในหญิงไทย 5 อันดับได้แก่ อันดับ 1 มะเร็งเต้านม 2มะเร็งปากมดลูก 3มะเร็งตับและท่อน้ำดี 4มะเร็งปอด และ5มะเร็งลำไส้ใหญ่ ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ราว 8 พันคน ในจำนวนนี้ มียอดการเสียชีวิตถึงร้อยละ 50 ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก โดยรวมประมาณ 350 ล้านบาทต่อปี


สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ปากมดลูกเป็นอวัยวะเฉพาะของผู้หญิงเมื่อตรวจภายในแล้วมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยังไม่ทราบแน่นอนของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก แต่จากการศึกษาเชื่อว่า มาจากหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น การติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และยังมีสาเหตุอื่นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อมะเร็งปากมดลูกได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะก่อนมะเร็งมดลูก (CIN) ภูมิคุ้มกันต่ำ การสูบบุหรี่ และการมีลูกหลายคน โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ เกิดได้ในทุกอายุ แต่พบบ่อยกว่าในช่วงอายุ 45-55 ปี


อาการและอาการแสดง มะเร็งปากมดลูกไม่มีอาการเฉพาะแต่เป็นอาการเหมือนการอักเสบของปากมดลูก โดยอาการที่พบได้บ่อย คือระยะเริ่มต้นไม่มีอาการแสดง ตรวจพบได้จากการตรวจภายใน และ การตรวจแป๊บสเมียร์ ต่อเมื่อโรคเริ่มลุกลาม จึงมีตกขาว มีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติไปจากประจำเดือนปกติ หรือ มีประจำเดือนมามากและมาบ่อยผิดปกติ และเมื่อโรคลุกลามมากอาจมีอาการปวดในช่องท้องน้อย และ/หรือมีอาการทางการปัสสาวะ และ/หรืออุจจาระผิดปกติได้


การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear, Pap test หรือ Papanicolaou test)* คือ วิธีการตรวจหาความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือเป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะที่ยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยที่สูตินรีแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างขยายช่องคลอด จากนั้นจะป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าได้เกิดเซลล์มะเร็งขึ้นที่ปากมดลูกหรือไม่ หรือว่าได้ตรวจพบเซลล์ผิดปกติชนิดอื่นที่มีแนวโน้มว่าหากละเลยปล่อยให้ระยะเวลาล่วงเลยผ่านไปอาจจะพัฒนาต่อไปจนก่อให้เกิดมะเร็งที่ปากมดลูกได้


การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ในปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้ให้ผลถึงร้อยละ 70 กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ฉีดการฉีดวัคซีนเด็กหญิงในช่วงอายุ 10–12 ปี จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากเป็นการป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อเอชพีวี คือก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV ด้วยตนเองด้วยการป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดต่อ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ไม่สูบบุหรี่ ดูแลสุขภาพร่างกาย ตรวจสุขภาพ และตรวจด้วยชุดคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นระยะ รีบไปพบแพทย์หากพบอาการแสดงของโรคที่น่าสงสัย เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือเพื่อให้ทราบระยะของการป่วยแล้วเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่แรกเริ่มก่อนมะเร็งจะลุกลาม

โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่มีวิธีตรวจคัดกรองหรือตรวจให้พบโรคตั้งแต่เริ่มเป็นขณะยังไม่มีอาการที่มีประสิทธิภาพมาก ผู้หญิงซึ่งมีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคน ทุกวัย หรือ ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป (ในคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์) ควรได้รับการตรวจภายใน และตรวจแป๊ปสเมียร์ ทุกปี เมื่อการตรวจพบมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป ขึ้นกับความผิดปกติที่ตรวจพบ



แหล่งอ้างอิง
1. สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย,มะเร็งปากมดลูกการรักษามะเร็งปากมดลูก, https://www.thastro.org/ สืบค้นข้อมูล 4สิงหาคม 2563

2. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ,HPV สาเหตุมะเร็งปากมดลูก รู้สิทธิ เช็คก่อน ป้องกันได้, https://www.thaihealth.or.th/Content/51131-HPV %20สาเหตุมะเร็งปากมดลูกรู้สิทธิเช็คก่อนป้องกันได้.html สืบค้นข้อมูล 4สิงหาคม 2563