กระบวนการทดสอบกว่าจะเป็นวัคซีนโควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยมีการเกิดรอบใหม่ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และกระจายไปในหลายจังหวัด ข่าวความสำเร็จของการพัฒนาและฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยและติดตามข่าวการทดลองวัคซีนของสหรัฐฯ จีน อังกฤษ และประเทศอื่น แต่กว่าวัคซีนจะถึงประชาชนทั่วไป ต้องผ่านกระบวนการเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของชีวิตประชาชน และต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันมากที่สุด ซึ่งกระบวนการในการผลิตวัคซีนมีขั้นตอนดังนี้

Pre-Clinical testing: การพัฒนาวัคซีนและทดลองวัคซีนในสัตว์เพื่อดูว่าสัตว์นั้นๆพัฒนาภูมิคุ้มกันหรือไม่

Phase 1 Safety trial: การพัฒนาวัคซีนกับคนกลุ่มเล็กๆเพื่อทดสอบความปลอดภัยและขนาดยาเพื่อยืนยันว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในมนุษย์ได้จริง

Phase 2 Expanded trial: การพัฒนาวัคซีนกับกลุ่มคนหลายร้อยคนแยกเป็นกลุ่มเสี่ยงต่างๆ การทดสอบความปลอดภัยของวัคซีนเพิ่มเติมและยืนยันการสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในคนได้ทุกกลุ่ม

Phase 3 Efficacy trial: การพัฒนาวัคซีนกับกลุ่มคนหลายพันคนและติดตามว่ามีจำนวนคนที่ติดเชื้อเมื่อเทียบกับคนที่ได้รับวัคซีนในกลุ่มทดลอง ยังเป็นการทดสอบหาผลข้างเคียงที่มีโอกาสเป็นน้อยมากที่อาจจะไม่สามารถตรวจพบได้ใน phase ก่อนหน้านี้

Early or Limited Approval: ใช้ในกลุ่มคนในวงจำกัดและมีข้อตกลงสากลว่าในกรณีเร่งด่วนที่จำเป็น

Approval: หน่วยงานควบคุมการใช้วัคซีนตรวจสอบผลการทดลองและความปลอดภัยเพื่อตัดสินใจใช้ในประเทศ นักวิจัยก็ยังจะดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนในประชากรต่อไป

กระทรวงสาธารณสุขมีระบบบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 และมีแผนดำเนินงานสำหรับการฉีดวัคซีน และอาจมีภาคเอกชนที่จัดหาวัคซีนเข้ามาดำเนินการจัดหา ต้องนำวัคซีนมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพขณะเดียวกันภาครัฐมีการเตรียมความพร้อมการรณรงค์ให้วัคซีนโควิด 19 มี 6 ด้าน ได้แก่

  • การเตรียมวัคซีนโควิด 19 เช่น การทำสัญญาซื้อขาย จัดทำของบประมาณ จัดซื้อวัคซีน พัฒนาระบบการเบิกจ่ายและบริหารวัคซีน การเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน และตรวจสอบคุณภาพ
  • การเตรียมสถานพยาบาล ทั้งอุปกรณ์สำหรับการฉีด ระบบความเย็นเก็บรักษายา ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และสำรวจกลุ่มเป้าหมายได้แก่ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วเสี่ยงเสียชีวิตสูง ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือกลุ่มที่มีโอกาสแพร่กระจายสูง
  • สื่อสารประชาชนให้เข้าใจถึงกลุ่มเป้าหมายใดที่ควรรับวัคซีน ให้ความรู้ประชาชนเรื่องวัคซีนก่อนรับบริการ
  • การรณรงค์ฉีดวัคซีน โดยจัดส่งไปยังหน่วยบริการทุกแห่ง นัดหมายประชาชนกลุ่มเสี่ยงมารับวัคซีน
  • การติดตามผลการให้วัคซีน กำหนดเป้าหมายการให้บริการมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
  • ติดตามอาการหลังได้รับวัคซีน
  • สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การฉีดวัคซีนไม่ได้มีการป้องกันโรคได้ 100% ตัวอย่างเช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็มีประสิทธิภาพเพียง 40-60% ประเทศไทยจึงใช้เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดการเสียชีวิต การป้องกันไม่ได้เกิดจากได้รับวัคซีนเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยมาตรการป้องกันส่วนบุคคลด้วย ได้แก่ กินร้อนและสุก ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากาก การเว้นระยะห่าง การดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไม่ประมาท มีวินัย หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ชุมชน เริ่มต้นได้จากตัวเอง

    แหล่งสืบค้นข้อมูล Coronavirus Vaccine Tracker,https://www.nytimes.com/interactive/2020/science/coronavirus-vaccine-tracker.htmlสืบค้นเมื่อ 15 พย.2563

    ทีมไทยแลนด์เพื่อวัคซีนโควิดสุวิมล สงวนสัตย์www.who.int/thailand/news/feature-stories/detail/team-thailand-for-covid-19-vaccine-THAสืบค้นเมื่อ 21ธค.2563

    เริ่มแล้ว วัคซีนโควิด–19,นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย https://www.thairath.co.th/news/society/1990800สืบค้นเมื่อ 21ธค.2563

    สธ.แจงมีระบบบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตามกำหนด,สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารรสุข วันที่ประกาศข่าว : 3 ธันวาคม 2563 https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/04/150490/สืบค้นเมื่อ 22ธค.2563